สวัสดีค่ะทุกคน!!
เฮ้อ... อย่างที่ทุกคนคงจะรู้ดีกันหมดแล้ว
ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทงบังกับทางค่าย
คือ.. จริงๆแล้ว เรื่องนี้มันไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นหรอกค่ะ
มันมีมานานแล้ว หนุ่มๆก็อดทนมานานแล้ว
ความจริง คอนที่ไทยครั้งล่าสุด เราก็เกือบจะไม่ได้ดูกันรู้มั้ยคะ..
เอาเถอะค่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า
ที่แพรมาลงเอ็นทรี่วันนี้ จะมาอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติม
[การอัพบล๊อคแบบมหาการขอพักไว้ก่อนนะคะ
ตอนนี้มันเครียดซะจนหมดอารมณ์ลง โฮกกก]
ที่ผ่านมา มีแต่ข่าวคงแจจุง จุนซู ยูชอน
คราวนี้ .. แพรขอแปลข่าวของชางมินกับยุนโฮบ้าง
ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทงบังกับทางค่าย
คือ.. จริงๆแล้ว เรื่องนี้มันไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นหรอกค่ะ
มันมีมานานแล้ว หนุ่มๆก็อดทนมานานแล้ว
ความจริง คอนที่ไทยครั้งล่าสุด เราก็เกือบจะไม่ได้ดูกันรู้มั้ยคะ..
เอาเถอะค่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า
ที่แพรมาลงเอ็นทรี่วันนี้ จะมาอัพเดทข่าวสารเพิ่มเติม
[การอัพบล๊อคแบบมหาการขอพักไว้ก่อนนะคะ
ตอนนี้มันเครียดซะจนหมดอารมณ์ลง โฮกกก]
ที่ผ่านมา มีแต่ข่าวคงแจจุง จุนซู ยูชอน
คราวนี้ .. แพรขอแปลข่าวของชางมินกับยุนโฮบ้าง
***************************************
ก่อนอื่นเลย อยากให้ทุกคนพยายามเข้าใจชางมินกับยุนโฮบ้างนะคะ
ที่พูดแบบนี้ ไม่ใช่เพราะแพรชอบชางมิน หรืออะไรก็ตาม
กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แพรคิดว่าหลายๆคนน่าจะเข้าใจดีว่า
ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้วว่าจะชอบใครที่สุด
สิ่งที่สำคัญคือ การที่จะได้เห็นเรื่องนี้จบลงด้วยดี
และเราเองก็ต้องไม่แตกแยกกันไปเสียก่อน.. เราต้องสามัคคีกันไว้นะคะ !
แต่อยากเอาใจเขามาใส่ใจเรา ลองคิดดู
ถ้าเป็นชางมินกับยุนโฮ จะรู้สึกยังไง?
พวกเค้าเองก็คงอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกันนะคะ

อย่าลืมนะคะว่า ชางมินกับยุนโฮ ไม่ได้มีธุรกิจส่วนตัวเหมือนอีกสามคน
พ่อแม่ชางมินเป็นครู ส่วนพ่อแม่ยุนโฮเป็นนักกฏหมาย
เพราะฉะนั้น ทั้งคู่ไม่มีแหล่งรายได้เสริมที่แน่นอน
ไม่มีกิจการที่จะสืบทอดจากคุณพ่อคุณแม่
แล้วพวกเค้าต่างก็เป็นพี่คนโตของบ้าน ยังมีน้องๆต้องดูแล
อยากให้ลองพยายามเข้าใจ ว่าเค้าต้องแบกรับภาระอะไรบ้าง
อย่างน้อย แจจุงก็มีธุรกิจเครื่องสำอางค์
ครอบครัวก็มีแต่พี่ๆที่เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว
ทางบ้านจุนซูก็มีทั้งกิจการร้านพิซซ่ากับเครื่องสำอางค์
ส่วนครอบครัว ก็มีพี่ชายที่รากฐานชีวิตมั่นคงแล้ว
ยูชอนเองก็มีทั้งร้านไอซครีมกับเครื่องสำอางค์
ส่วนยูฮวานก็เริ่มทำงานได้แล้ว
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี่
ไม่ได้ต้องการสร้างความร้าวฉานระหว่างแฟนๆของสมาชิกในวง
แต่อยากยกมาให้เทียบดูว่า
สถานการณ์ของยุนโฮกับชางมินไม่ได้มั่นคงเหมือนอีกสามคนนะคะ
***************************************
[NEWS] สถานการณ์ของชางมินและยุนโฮ


นี่เป็นเพียงบทความ ไม่ใช่ความเห็นของชางมินและยุนโฮ
ยูโนว์ ยุนโฮ และ ชเวคัง ชางมินกลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก
จากการที่พวกเขาไม่ได้ทำตามสมาชิกอีกสามคน
ในการยื่นฟ้องค่าย SM Entertainment เพื่อยุติสัญญาผูกขาด
ความจริงที่น่าเป็นห่วงในประเด็นนี้คือ โดยปกติแล้ว
ศิลปินกลุ่มจะได้รับส่วนแบ่งต่อสมาชิก 4-5% จากรายได้รวม
เพราะฉะนั้น ถ้าหากมีข้อเสียเปรียบในสัญญา
ทุกคนในวงก็จะได้รับผลกระทบ
โดยตอนนี้ ได้มีการยืนยันแล้วว่า
สมาชิกทั้งสอง(ชางมินและยุนโฮ)ไม่ได้ฟ้องร้องทางค่าย
เพราะพวกเขามีมุมมองเรื่องการแบ่งผลกำไรแตกต่างจากอีกสามคน
ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าพ่อแม่ของพวกเขาทั้งคู่ต่างก็พอใจกับข้อตกลง
และเงื่อนไขต่างๆของ SM Entertainment
ในเมื่อทั้งยุนโฮและชางมินต่างก็เดบิวต์ตั้งแต่อายุยังน้อย
แต่พวกเขาก็มีรายได้กว่า 1.5 พันล้านเหรียญ ภายในเวลาห้าปีที่ผ่านมา
เมื่อสมาชิกทั้งสามคน จุนซู แจจุง และ ยูชอน
ได้เข้าปรึกษาทนายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
พ่อแม่ของชางมินและยุนโฮต่างก็เห็นด้วย
และตกลงที่จะให้ความร่วมมือในการจัดการกับความขัดแย้งนี้
อย่างไรก็ตาม ด้วยความกังวลว่าเรื่องนี้จะทำลายภาพลักษณ์
ของความเป็น "Asia Star" ของทงบังชินกิ พวกเขาจึงเฉยไว้
อีก เหตุผลหนึ่งที่ยุนโฮและชางมินเลือกทางที่
แตกต่างจากสมาชิกอีกสามคนก็เพราะ
พวกเขายังมีเรื่องปัญหาการเงินทางบ้านที่ต้องเป็นห่วง
และเชื่อว่าการเติบโตทางอาชีพของพวกเขาจะปลอดภัยกว่า
เมื่ออยู่กับ SM Entertaintment
"ชางมินและยุนโฮกลายมาเป็นศิลปินอันดับหนึ่งแห่งเอเชียได้
เพราะ SM Entertainment ได้เล็งเห็นความสามารถของพวกเขา
จากคนอื่นอีกมากมาย และประเด็นหลักที่ปฏิเสธไม่ได้คือ
ความตั้งใจของบริษัทในการพัฒนาพวกเขา
ทั้งคู่เลือกทางนี้โดยคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวเป็นหลักสำคัญ"
ในขณะเดียวกัน การที่ชางมินและยุนโฮ ไม่ได้ออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทำให้แฟนบางกลุ่มออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรง
"ชางมินและยุนโฮต่างก็เงียบหายไปจากเรื่องนี้
เหมือนเป็นการทรยศจุนซู แจจุง และยูชอนเลยนะ!"
(ถ้าคิดแบบนี้ก็อย่าได้เรียกตัวเองว่า แคสสิโอเปียเลยค่ะ!!)
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า
ชางมินและยุนโฮจะดำเนินเรื่องตามสมาชิกอีกสามคน
คนสนิทหลายคนของทั้งคู่กล่าวว่า
"พวกเขาตัดสินใจเลือกทางนี้เอง แต่มันก็ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า
มีการทะเลาะกันเองในวง ได้โปรดช่วยพยายามเข้าใจ
ชางมินและยุนโฮให้มากกว่านี้ด้วยนะครับ/ค่ะ"
นอกจากนี้ AVEX เองก็โดนตั้งคำถามมากมายจากหลายๆฝ่าย
ไม่ใช่แค่ SM Entertainment เท่านั้นที่ปฏิเสธ
ที่จะเปิดเผยรายได้ที่แท้จริงของทงบังชินกิ
แต่ดูเหมือนทางบริษัทที่ญี่ปุ่นเองก็ปฏิเสธเช่นกัน
จึงสรุปได้ว่า ตั้งแต่ที่พวกเขาเดบิวต์มา ทงบังชินกิทำงานอย่างมุ่งมั่น
ให้กับทั้งสองฝ่ายโดยที่ไม่รู้ว่าสัญญาที่ผูก มัดพวกเขาไว้เป็นเช่นไรเสียด้วยซ้ำ
ชางมินและยุนโฮจะดำเนินเรื่องตามสมาชิกอีกสามคน
คนสนิทหลายคนของทั้งคู่กล่าวว่า
"พวกเขาตัดสินใจเลือกทางนี้เอง แต่มันก็ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า
มีการทะเลาะกันเองในวง ได้โปรดช่วยพยายามเข้าใจ
ชางมินและยุนโฮให้มากกว่านี้ด้วยนะครับ/ค่ะ"
นอกจากนี้ AVEX เองก็โดนตั้งคำถามมากมายจากหลายๆฝ่าย
ไม่ใช่แค่ SM Entertainment เท่านั้นที่ปฏิเสธ
ที่จะเปิดเผยรายได้ที่แท้จริงของทงบังชินกิ
แต่ดูเหมือนทางบริษัทที่ญี่ปุ่นเองก็ปฏิเสธเช่นกัน
จึงสรุปได้ว่า ตั้งแต่ที่พวกเขาเดบิวต์มา ทงบังชินกิทำงานอย่างมุ่งมั่น
ให้กับทั้งสองฝ่ายโดยที่ไม่รู้ว่าสัญญาที่ผูก มัดพวกเขาไว้เป็นเช่นไรเสียด้วยซ้ำ
Source: SPN
Summarized trans: sharingyoochun@wordpress
Shared by: dbsknights
Thai Translation: MinnaP (minnap.exteen.com)
***************************************
Summarized trans: sharingyoochun@wordpress
Shared by: dbsknights
Thai Translation: MinnaP (minnap.exteen.com)
***************************************
ขอร้องนะคะ.. ช่วยคิดถึงหัวอกชางมินกับยุนโฮด้วยเถอะค่ะ
แคสสิโอเปียคือกลุ่มแฟนที่รักทงบังชินกิทั้งห้าคน
ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง
ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง
ในยามคับขันแบบนี้ พวกเราต้องสามัคคีและผ่านพ้นมันไปด้วยกัน
อย่าทะเลาะกัน อย่าทำร้ายกันเอง
อย่าเกลียดพวกเค้าคนใดคนนึงเลยนะคะ
เพราะในเวลาแบบนี้ คนที่ต้องการกำลังใจมากที่สุด
คนที่ต้องการพลังจากพวกเรามากที่สุด
คือทงบังชินกิทั้งห้าไม่ใช่เหรอคะ?
เชื่อในตัวพวกเค้านะคะ อย่าลืมว่าที่พวกเค้าต่อสู้อยู่ ก็เพื่อพวกเราด้วย
Always Keep The Faith